เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

30 ตุลาคม 2562 พลเอก พรพิพัฒน์  เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องยุทธนาธิการ ในศาลาว่าการกลาโหม กรุงเทพมหานคร

  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้บัญชาการทหารอากาศ นายทหารและนายตำรวจที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมทั้งผู้ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น เมื่อ 1 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบนโยบายแก่เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดนโยบายในการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติการร่วม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน จำนวน 6 ด้าน ได้แก่

  - การพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพ ให้ประชาชนมีความจงรักภักดีและศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งพัฒนาและขยายผลการดำเนินการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเต็มขีดความสามารถ น้อมนำศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามพระราชปณิธานในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” มาเป็นแนวทางดำเนินการ ตลอดจน สนับสนุนและขยายผลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และงานตามพระบรมราโชบาย

  - การป้องกันประเทศ โดยพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถศูนย์บัญชาการทางทหาร ระบบควบคุมบังคับบัญชา ระบบข่าวกรอง ระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธีร่วม เพื่อสนับสนุนแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations) ตลอดจนการฝึกร่วมกองทัพไทย ประจำปี 2563 (กฝร.63) ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิบัติการร่วมสามเหล่าทัพ และการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน และหน่วยงานอื่น ๆ

  - การรักษาความมั่นคงของรัฐ โดยดำรงความต่อเนื่องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติตามนโยบายของรัฐบาล การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุร้ายภายในประเทศ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนติดตามตรวจสอบผู้กระทำผิดที่เผยแพร่ข้อมูล การบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ ในเว็บไซต์และเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) และการสร้างข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ (Fake News) ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งในสังคม โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดการสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ โดยการส่งเสริมบทบาทและความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนตามแนวทางทรรศนะของอาเซียน (ASEAN Outlook) พร้อมทั้งดำรงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับมิตรประเทศ บูรณาการขีดความสามารถงานการทูตฝ่ายทหาร

  - การพัฒนาขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ และการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติศูนย์บัญชาการทางทหาร (ศทช.ศบท.)

  - การพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน โดยการใช้ศักยภาพของกองทัพสนับสนุนการพัฒนาประเทศ เพื่อความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมีส่วนร่วม ได้แก่ การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาถูก เป็นต้น และพัฒนาขีดความสามารถด้านการบรรเทาสาธารณภัย โดยให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมิตรประเทศ รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถของศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย ให้มีความพร้อมเพื่อรองรับหลักสูตรการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติของกองทัพไทย ให้เป็นมาตรฐานสากล

   - การบริหารจัดการกองทัพ โดยการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม และความเป็นทหารอาชีพให้กับกำลังพล โดยกำลังพลทุกนายจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้มีอิทธิพลและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างเด็ดขาด รวมทั้งดูแลทหารกองประจำการดุจญาติมิตรในครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิกำลังพล ตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ พัฒนางานด้านสวัสดิการ การศึกษา ตลอดจนพิจารณาใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพไทย บนพื้นฐานของนวัตกรรม

  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการขับเคลื่อนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาว และสนับสนุนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการประสาน 

   การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นเวทีที่ร่วมกันพิจารณาและตกลงใจในประเด็นสำคัญ อีกทั้งเป็นการแสดงถึงความเป็นหนึ่งอันเดียวกันของกองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในอันที่จะร่วมกันสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ และความผาสุกให้กับประชาชนสืบต่อไป