เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

27 กุมภาพันธ์ 2562 พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพเรือ 3 อาคาร 5 พระราชวังเดิม


การประชุมครั้งนี้ได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการปฏิบัติงานในอนาคต ซึ่งมีหัวข้อเรื่องดังต่อไปนี้ การบูรณาการขีดความสามารถด้านไซเบอร์ ของ กองบัญชาการกองทัพไทย ได้พัฒนาขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ โดยบูรณาการขีดความสามารถร่วมกับเหล่าทัพ ให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตามนโยบายรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติสืบไป


การฝึกผสมกับกองทัพมิตรประเทศในปี พ.ศ.2562 ในห้วงเดือนตุลาคม 2561 - กันยายน พ.ศ.2562 ของกองทัพบก โดยมีแผนงานการฝึกกับกองทัพมิตรประเทศ จำนวน 6 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งกองทัพบกได้ให้ความสำคัญในการจัดส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกผสมกับกองทัพมิตรประเทศ โดยยึดถือนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด คือ การนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ และพัฒนาขีดความสามารถ ให้กับกำลังพลและหน่วยในกองทัพบก รวมถึงการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และส่งผลดีต่อความร่วมมือด้านอื่น ๆ ต่อไป

การเตรียมการจัดหมู่เรือเดินทางไปร่วมสวนสนามทางเรือ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ของ กองทัพเรือ ในกิจกรรมมหกรรมทางเรือนานาชาติในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้งกองทัพเรือจีน หรือ International Fleet Review ณ เมืองชิงเต่า ระหว่าง 22 - 25 เมษายน พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันเพื่อให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นตลอดจนดำรงความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งระดับชาติและกองทัพเรือ และเพื่อให้เป็นที่เชื่อมั่นและความภาคภูมิใจของประชาชนสืบไป


การเข้าร่วมโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ ของ กองทัพอากาศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการจิตอาสาตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยกองทัพอากาศเป็นเหล่าทัพแกนนำในพื้นที่โซนที่ 1 ดูแลรับผิดชอบพื้นที่สำนักเขตดอนเมือง จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งเป็นแกนนำหลักในพิธีเปิดโครงการฯ ทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้ร่วมปฏิบัติภารกิจกับจิตอาสาทุกภาคส่วนรวมทั้งสิ้น 20 กิโลเมตร และยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์และความสุขของพี่น้องชาวไทย รวมทั้งร่วมกันสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติ การพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพัฒนาด้านต่าง ๆดังนี้ การพัฒนาการศึกษาในการจัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ให้เป็น “ศูนย์บริการประชาชน” ซึ่งได้น้อมนำพระราชกระแสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ให้พัฒนาห้องพยาบาลในโรงเรียนทุกแห่ง เป็น “สุขศาลาพระราชทาน” การพัฒนาโรงเรียนให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ” กล่าวคือ ครูและนักเรียนนำองค์ความรู้ที่เกิดจากแนวพระราชดำริ นำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและกระจายสู่ชุมชนโดยรอบ และการสนับสนุนด้านข่าว งานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ และการปฏิบัติทั้งภาครัฐและเอกชนทุกหน่วยงาน โดยครูตำรวจตระเวนชายแดนต้องเป็นแหล่งข่าวให้แก่ประชาชน โดยเป็น “หน่วยสนับสนุนด้านความมั่นคงของชาติ” รวมทั้งประสานงานการปฏิบัติกับประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณทุกเหล่าทัพที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน และทุ่มเทในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการฝึก Cobra Gold 2019 ซึ่งการฝึกดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และขีดความสามารถของกองทัพไทยต่อมิตรประเทศ การสนับสนุนการฝึกร่วมหน่วยทหารรักษาพระองค์และเหล่าทัพ ประจำปี พ.ศ.2562 การฝึกร่วมกองทัพไทย ประจำปี พ.ศ.2562 และการสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซาท์ซูดาน และการสนับสนุนปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม อีกทั้งยังได้เน้นย้ำเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้การสนับสนุนการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระคองค์ ประจำปี พ.ศ 2562 อย่างเต็มกำลังความสามารถ การสนับสนุนรัฐบาลในการร่วมกันรณรงค์และแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองทางอากาศอย่างต่อเนื่อง และการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในห้วงเดือนมีนาคม พ.ศ.2562 ตามสิทธิหน้าที่ของการเป็นพลเมืองไทยที่ดี ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างมีสติ