เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

15 มีนาคม 2562 พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้การต้อนรับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกทดสอบแผนเผชิญเหตุภายใต้กรอบการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ : C-MEX 19 ด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ณ โรงเรียนเตรียมทหาร อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

การก่อการร้ายที่ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาคมโลก ภูมิภาค และประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปัจจุบันรูปแบบการก่อการร้ายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งมีความซับซ้อน มีการขยายอิทธิพล แนวคิด และมีการก่อเหตุที่รวดเร็วแต่เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย รัฐบาลจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้าย พุทธศักราช 2560 – 2564 ตลอดจนการยกร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปรามปรามการก่อการร้ายขึ้น เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ พุทธศักราช 2561 – 2580 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล พัฒนาขีดความสามารถให้มีความพร้อม โดยที่ผ่านมาได้จัดการฝึกร่วม/ผสมกับเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ยังได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการฝึกอบรม “ด้านการบริหารวิกฤตการณ์” โดยมีวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์สูงจากต่างประเทศ มาทำการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมจากทุกภาคส่วน

สำหรับในปีนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้ร่วมกันจัดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติประจำปี 2562 ภายใต้รหัส “บ้านนา 62” หรือ C-MEX 19 ระหว่าง 13 - 15 มีนาคม 2562 โดยมุ่งเน้น การให้ความรู้ ความเข้าใจในการบริหารเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดจากการก่อการร้าย รวมทั้งภัยพิบัติที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงระดับผู้ปฏิบัติ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กองทัพภาคที่ 1 – 4 ผู้บัญชาการตำรวจภาค 1 - 9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเชิญปฏิบัติการในขั้นตอนการบริหารเหตุการณ์ การควบคุมบังคับบัญชา และการประสานงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่อาจจะต้องเป็นผู้บริหารเหตุการณ์ในฐานะหน่วยเผชิญเหตุขั้นต้น (First Responder) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมปฏิบัติงานภายใต้สภาวะวิกฤติให้บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฝึกฯในครั้งมีกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวนทั้งสิ้น 1,670 นาย โดยมีรูปแบบการฝึก ประกอบด้วย

- การฝึกปรับมาตรฐานการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการทางยุทธวิธี และหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี
- การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ แบบการแก้ปัญหาบนโต๊ะ (Table Top Exercise)
- การประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกปัญหาที่บังคับการ หรือ CPX ของส่วนต่าง ๆ ภายในกองบัญชาการเหตุการณ์
- การฝึกและการสาธิตการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ประกอบด้วย การปฏิบัติการต่อที่หมายสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสมมุติให้เกิดเหตุการณ์การกราดยิงในห้างสรรพสินค้าจำลอง การปฏิบัติการต่อต้านอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง การปฏิบัติต่อที่หมายเรือเพื่อทดสอบกลไกการควบคุมสั่งการ การปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งเกิดจากการก่อการร้าย และการปฏิบัติการไล่ติดตามและหยุดยั้งการหลบหนีด้วยอากาศยาน


ผลที่ได้รับจากการฝึก คือการทำให้มีการพัฒนาระบบเตรียมพร้อม และการบริหารจัดการภัยคุกคามให้มีประสิทธิภาพ ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจถึงกระบวนการประสานงาน ประสานแผน และการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการ สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันที่เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป