เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

18 กรกฎาคม 2562  พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    การประชุมครั้งนี้ได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและทบทวนการปฏิบัติงานของเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องดังต่อไปนี้ การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีร่วม (Joint Tactical Data Link) ของ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยกรมการสื่อสารทหาร ได้หารือร่วมกับเหล่าทัพ เพื่อบูรณาการและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีร่วม ประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือต้องพัฒนาจากความต้องการทางยุทธการ และตอบสนองต่อการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ซึ่ง Platform ที่จะได้รับการติดตั้งหรือปรับปรุง จะต้องสามารถตอบสนองการปฏิบัติการร่วมและตอบสนองในเชิงเทคนิค รวมไปถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นับได้ว่าอยู่บนพื้นฐานของหลักการพึ่งพาตนเอง เป็นการบูรณาการขีดความสามารถของกองทัพไทย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมตามแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี กรอบแนวคิด Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติสืบไป

   การปรับปรุงโครงสร้างและเสริมสร้างหน่วยกำลังรบ ของ กองทัพบก ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างและเสริมสร้างหน่วยกำลังรบ เพื่อใช้เป็นหน่วยต้นแบบในอนาคต โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างหน่วยกำลังรบระดับกรม ให้เป็นหน่วยที่มีความกะทัดรัด ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ได้พิจารณาเปรียบเทียบกับการจัดหน่วยแบบกองพลน้อยของสหรัฐฯ และออสเตรเลีย (Brigade Combat Team : BCT) โดยนำมาประยุกต์ให้มีความเหมาะสมกับกองทัพบก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำอัตราการจัดและยุทโธปกรณ์ของหน่วยดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ควบคู่ไปกับการพิจารณาจัดหายานเกราะที่เหมาะสมเข้าประจำการ เพื่อให้กองทัพบกมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันประเทศ รวมถึงภารกิจอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
   การฝึกภาคปฏิบัติในทะเลต่างประเทศของนักเรียนนายเรือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ของ กองทัพเรือ ตลอดห้วงเวลาของการฝึกฯ ในภาพรวมเป็นไปตามหลักนิยมการใช้กำลังทางเรือที่มีลักษณะที่สำคัญคือ มีความคล่องตัว (Mobility) มีขีดความสามารถที่หลากหลาย (Versatility) และเป็นกำลังรบที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง (Expeditionary Force) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การฝึกผสมกับกองทัพเรือชาติเจ้าบ้านเมื่อหมู่เรือฯ เดินทางเข้าสู่น่านน้ำของชาตินั้น ๆ หรือ Passing Exercise (PASSEX) การเยี่ยมคำนับบุคคลสำคัญทางทหารและพลเรือนของชาติเจ้าบ้าน และการแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับกองทัพเรือประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานบนเรือรบ ความเข้มแข็ง อดทน ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งเปิดโลกทัศน์ของนักเรียนนายเรือให้กว้างขวางขึ้น ดังถ้อยคำที่ว่า “Join The Navy To See The World” อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของกองทัพไทย และประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับกองทัพเรือของมิตรประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและขีดความสามารถของกองทัพไทยให้กับนานาชาติให้ทราบอีกทางหนึ่งด้วย จึงนับได้ว่าเป็นการใช้กำลังอำนาจของชาติทางทะเล หรือ สมุททานุภาพ ให้บรรลุวัตถุประสงค์และตอบสนองนโยบายในการดำเนินการทูตทางเรือได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันสามารถสานต่อภารกิจของกองทัพเรือในการรักษาอธิปไตยและผลประโยขน์ของชาติทางทะเล ไว้ให้คนรุ่นหลังสืบไป
   การสนับสนุนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ของ กองทัพอากาศ ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ติดตามและสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนกองทัพอากาศ หรือ ศตส.จชต.ทอ. เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 (กกล.ทอ.ฉก.9) ขึ้น ควบคุมทางยุทธการกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยสนับสนุนภารกิจในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ดังนี้ “การใช้กำลังปฏิบัติการทางอากาศ” อาทิ เครื่องบินโจมตีธุรการ แบบที่ 2 หรือ AU-23A เครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศ การปฏิบัติการบินถ่ายทอดสัญญาณวิดีโอ และการบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ “การใช้กำลังปฏิบัติการทางภาคพื้น” คือ การปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยพื้นที่เขตสนามบินและพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงสนับสนุนชุดค้นหาและทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ “การใช้กำลังปฏิบัติการตามกลยุทธ์” คือ การปฏิบัติภารกิจด้านการข่าว การต่อต้านข่าวกรอง และ “การปฏิบัติงานทางด้านกิจการพลเรือน” คือ การประชาสัมพันธ์ การปฏิบัติการจิตวิทยา การให้บริการและควบคุมการจราจรทางอากาศในเขตสนามบิน
   การถวายความปลอดภัย รักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจรการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้จัดทำแผนถวายความปลอดภัย รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีภารกิจเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการจัดทำแผนถวายความปลอดภัย รักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจรในพื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวัง รวมทั้งจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ โดยประสานการปฏิบัติ อีกทั้งขอรับการสนับสนุนการปฏิบัติกับส่วนราชการและหน่วยที่เกี่ยวข้อง
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน และขอบคุณผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมในครั้งนี้ อีกทั้งยังขอบคุณเหล่าทัพที่ให้การสนับสนุนการฝึกร่วมหน่วยทหารรักษาพระองค์และเหล่าทัพ ประจำปี พ.ศ.2562 (กฝร.รอ./เหล่าทัพ 62) และการฝึกร่วมกองทัพไทย ประจำปี 2562 (กฝร.62) นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำเหล่าทัพให้การสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ดังนี้ การแข่งขันการแสดงการฝึกทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภเริงระบำ” การแข่งขันกองทหารเกียรติยศ ประจำปี 2562 และการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการประสาน อีกทั้งยังได้เน้นย้ำเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการร่วมกันในการสนับสนุนรัฐบาลจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 พร้อมทั้งเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรม และการสนับสนุนการแข่งขันกีฬากองทัพไทย ครั้งที่ 52 ประจำปี 2562 ระหว่าง 2 - 19 กรกฎาคม 2562