เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

10 พฤศจิกายน 2563 พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้แก่กองทัพอากาศ โดยมี พลอากาศเอก แอร์บูล  สุทธิวรรณ  ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เป็นการตรวจเยี่ยมอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังเข้าดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยกองทัพอากาศ ได้จัดให้มีพิธีต้อนรับประกอบด้วย การรับการเคารพจากแถวกองทหารเกียรติยศ การวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์กองทัพอากาศ การวางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ จากนั้นได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุป ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพอากาศ ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพ ประสิทธิภาพ และความพร้อมของกองทัพอากาศ ภายใต้การนำของผู้บัญชาการทหารอากาศ ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยน่านฟ้าไทยและผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังได้กล่าวชื่นชมบทบาทที่ผ่านมาของกองทัพอากาศที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความทุ่มเท เข้มแข็ง เสียสละ มีความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการพิทักษ์ ปกป้อง เทิดทูนสถาบัน ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่กองทัพอากาศได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในทุกโอกาส รวมทั้งการจัดอากาศยานเพื่อเป็นราชพาหนะ และการถวายความปลอดภัยมาโดยต่อเนื่อง ด้านการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ ในการจัดหน่วยบินเตรียมพร้อมเพื่อคุ้มครองน่านฟ้าไทย และหน่วยควบคุมทางอากาศยุทธวิธี เพื่อประสานและสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศให้แก่กำลังทางบกและกำลังทางเรือ ด้านการสนับสนุนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจัดตั้งกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 เพื่อลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอากาศ สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ ซึ่งผลการปฏิบัติที่ผ่านมา สามารถสนับสนุนการปฏิบัติได้เป็นอย่างดีและประสบผลสำเร็จ ด้านการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 ในการจัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและอากาศยานเพื่อช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งเป็นกำลังหลักในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยจัดอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจฝนหลวง ทำให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งประสบผลสำเร็จด้วยดีตลอดมา ด้านการจัดกำลังทางอากาศสนับสนุนภารกิจการเคลื่อนย้ายในภาพรวมของกองทัพไทย เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทย ไปปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งการปฏิบัติตามแผนอพยพคนไทย ณ ต่างประเทศ ออกจากพื้นที่วิกฤติ ซึ่งนับว่ากองทัพอากาศเป็นกำลังสำคัญและกลไกหลักในการปฏิบัติให้บรรลุภารกิจ ด้านการจัดกำลังพลและอากาศยานสนับสนุนภารกิจของศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย โดยกองทัพอากาศเป็นกำลังหลักในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอากาศ ซึ่งผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังได้ชื่นชมกองทัพอากาศในด้านการพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาที่ทันสมัย มีการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาที่ชัดเจนและต่อเนื่องตามวิสัยทัศน์ กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค (One of the best Air Forces in ASEAN) และยังคงดำรงวิสัยทัศน์โดยการพัฒนาขีดความสามารถทั้ง 3 มิติ ได้แก่ มิติทางอากาศ (Air Domain) มิติไซเบอร์ (Cyber Domain) และมิติอวกาศ (Space Domain) 

อันจะนำไปสู่กองทัพอากาศที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างชาญฉลาดและมีความยั่งยืน (Sustainable Smart Air Force) ต่อไป